เตือนชาวสวนยาง ควรระวังโรคยางพาราที่จะมากับฤดูฝน <23 ธ.ค. 53>
 

เตือนชาวสวนยาง ควรระวังโรคยางพาราที่จะมากับฤดูฝน

 

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า เป็นปีทองของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง เพราะเป็นปีที่ราคาผลผลิตยาง ไม่ว่าจะเป็นยางแผ่นดิบ น้ำยางสด ตลอดจนเศษยาง(ขี้ยาง) ราคาสูง และสูงกว่าในอดีตที่ผ่านมา ชาวสวนยางหน้าตาเบิกบานแจ่มใส มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตามในข้อดีและความได้เปรียบ แต่อย่างไร ก็ตามในข้อดีและความได้เปรียบของยางพาราตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นก็ยังนำมาซึ่งภัยที่ชาวสวนยางจะต้องช่วยกันระวังรักษา นั่นคือโรคหน้ายางพารา ที่จะมากับฤดูฝน นั่นถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ยังมีปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดโรคต่างๆได้ง่ายขึ้น คือ ราคายางพาราเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ชาวสวนยางไม่ระวังในการกรีดยาง ดังนั้นโรคยางพาราที่จะมากับฤดูฝน พี่น้องชาวสวนยางที่จะต้องระวังและช่วยกันดูแลรักษาที่สำคัญ คือ

       1. โรคใบร่วงและผลเน่าที่เกิดจากเชื้อราไฟทอฟธอร่า

            โรคนี้เป็นโรคที่พบระบาดมากในช่วงฤดูฝนของทุกๆปี แม้นว่าโรคนี้จะไม่ทำอันตรายต่อต้นยางถึงตาย แต่จะสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรเจ้าของสวนยางเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ผลผลิตยางลดลง ยกเว้นยางที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี อาจถูกโรคนี้ทำลายจนตายได้

            ลักษณะอาการ

-  อาการที่ผล ผลยางที่ถูกทำลายเน่าดำติดค้างอยู่บนต้น ไม่แตกและร่วงหล่นตามธรรมชาติ

-  อาการที่ใบ ใบยางจะร่วงทั้งที่มีสีเขียวสด หรือสีเหลือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ต้นยางที่เกิดโรคใบร่วงนี้แล้วจะไม่ผลิตใบใหม่ตามปกติเมื่อถึงฤดูผลิใบของปีถัดไป ยกเว้นต้นยางที่เป็นโรคใบร่วงจนหมดต้น จะผลิใบใหม่เพียงเล็กน้อย ไม่เกิน 5 % ของพุ่มใบปกติเท่านั้น

การป้องกันรักษา

          - วิธีป้องกันที่ดีวิธีหนึ่ง คือ ใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรคปลูก ในแหล่งที่มีโรคนี้ระบาดเป็นประจำ เช่น พันธุ์ GT

          - ในยางเล็กที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี ใช้สารเคมีแคปตาโฟล 80% ในอัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทรงพุ่มทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันโรคในช่วงที่โรคนี้ระบาด

          - ในยางใหญ่ การป้องกันรักษาจะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป กอร์ปกับยางใหญ่ถึงแม้จะเป็นโรคใบร่วงต้นยางก็ไม่ตาย เพียงแต่น้ำยางลดลงเท่านั้น วิธีการแก้ไขปัญหายางใหญ่ที่เป็นโรค คือ ใส่ปุ๋ยบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของต้นยาง แต่ถ้าเป็นยางที่เปิดกรีดแล้ว ต้องใช้ยาป้องกันกำจัดเชื้อราทาบริเวณหน้ายางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดโรคบนหน้ากรีด

2. โรคเส้นดำ

  เกิดจากเชื้อราไฟทอฟธอร่า เป็นตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคใบร่วงและผลเน่า โรคนี้จะเป็นกับหน้ากรีดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยางธรรมชาติและเป็นอันตรายต่อต้นยางมากที่สุดโรคหนึ่ง โรคนี้จะเข้าทำลายได้เฉพาะบริเวณเปลือกยางที่มีบาดแผลเท่านั้น จะทำลายรอยกรีดใหม่ๆไม่ทำลายแผล จะระบาดมากในเขตที่เกิดโรคใบร่วง และผลเน่าระบาดเป็นประจำทุกปี เมื่อต้นยางเป็นโรคเส้นดำรุนแรง เปลือกที่งอกใหม่จะเสียหายจนไม่สามารถกรีดซ้ำบนเปลือกใหม่ได้ ทำให้ต้นยางมีระยะเวลาการให้ผลผลิตสั้น พันธุ์ที่อ่อนแอ คือ RRIM 600 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรปลูกมากที่สุด

อาการของโรค

          เป็นรอยดำเหนือรอยกรีด ต่อมากลายเป็นรอยบุ๋มสีดำขยายตัวในแนวดิ่ง ถ้ารุนแรงเปลือกที่เป็นโรคจะมีน้ำยางไหลและเน่าหลุดออกทั้งหมดในที่สุด

การป้องกัน

1. ทำสวนให้โปร่ง

2. อย่าเปิดกรีดหน้ายางในฤดูฝน

3. อย่ากรีดลึกถึงเนื้อไม้

4. ใช้สารเคมีฟอสเอททิลอลูมิเนียม  อาลิเอท หรือเมตตาแลคซิล(ลิโดมิล) อย่างใด
อย่างหนึ่ง ทาที่หน้ากรีดทุก 7 วัน 3
– 4 ครั้ง จะสามารถป้องกันกำจัดโรคนี้ได้

            การรักษา

1. เฉือนเปลือกที่เป็นโรคบริเวณที่มีสีดำออกให้หมด

2. ทาด้วยสารเคมีตามที่กล่าวมาแล้ว จนกว่าจะหาย

       3. โรคเปลือกเน่า

            เกิดจากเชื้อรา ซีราโตไซดิส  โรคนี้ที่พบ และสร้างปัญหาให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนยางที่ปลูกบริเวณที่สภาพอากาศมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา โรคนี้สร้างความเสียหายให้แก่ต้นยาง และเกษตรกรเจ้าของสวนยางมากพอๆกับโรคเส้นดำ

            อาการของโรค

                   เป็นรอยบุ๋มสีดำเหนือรอยกรีด ต่อมามีเส้นใยของเชื้อราสีเทาลุกลาม เป็นแถบขนานกับรอยกรีด ถ้ารุนแรงเปลือกบริเวณที่เน่าหลุดเป็นร่อง เหลือแต่เนื้อไม้สีดำ โรคนี้แพร่กระจายไปยังต้นข้างเคียงโดยอาศัยลม และแมลงเป็นพาหะ

 

************************************

 

ข้อมูล : กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต                                           สุจิตรา รุ่งรัศมีวิริยะ / รายงาน

                                                                                      ฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ

 

รายละเอียด download ที่นี่ครับ

 
 
©2007 Phatthalung Agricultural Office
สำนักงานการเกษตรจังหวัดพัทลุง
ที่ตั้ง ตั้งอยู่เลขที่ 8/8 ถนนไชยบุรี ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
โทร .0-7461-3193 โทรสาร. 0-7461-4139